18 กลยุทธ์ วิธีรักษาสิวอุดตัน เห็นผลชัวร์ 100%

0
10

สิวอุดตันถึงแม้ว่าจะไม่ได้ปรากฏเห็นเด่นชัดเหมือนกับสิวอื่นๆ แต่ก็สร้างความกังวลใจไม่น้อยเช่นกัน  ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน เป็นเนิน ขรุขระ อีกทั้งยังไม่ยอมโผล่หัวสิวออกมา ทำให้รักษาให้หายขาดยากมากๆ วันดีคืนดีถ้าไม่รีบกำจัดออกมันก็จะยิ่งอัดแน่นในรูขุมขุมขน อาจเข้าขั้นสิวอักเสบ และอาจลุกลามจนเกินเยียวยา

นอกจากนี้ยังไม่พอสิวอุดตันยิ่งฝังลึกไปมากๆ เตรียมใจไว้ได้เลยว่า ถ้าเรากดมันออกมา มันจะทิ้งหลุมลึกไว้ ยิ่งนานยิ่งลึก แถมรูขุมขนก็ขยายใหญ่ขึ้นตามขนาดของเม็ดสิวอีกด้วย รู้แบบนี้แล้วรีบกำจัด ตั้งแต่เนิ่นๆดีกว่าครับ

 

ชนิดของสิวอุดตัน

  1. สิวอุดตันหัวปิด (Closed comedone) เป็น “สิวหัวขาว” (White head) มีสีเดียวกับผิวหนังปกติ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร  เกิดขึ้นในท่อรูขุมขนและไขมันที่มีขนาดเล็กจนมองไม่เห็น สิวประเภทนี้จะไม่มีหัวให้เรากด ถ้ายิ่งบีบหรือกดจะทำไขมันย้อนกับไปที่ชั้นผิวทำให้เนื้อเยื่อเสียหายได้ สิวชนิดนี้จะกลายไปเป็นสิวอักเสบ หากถูกรบกวนหรืออุดตันนานๆ
  2. สิวอุดตันหัวเปิด (Open comedone) จะมีหัวสีดำ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สิวหัวดำ” (Black head) หากสังเกตดี ๆ จะมีจุดดำอยู่ตรงกลาง ซึ่งจุดเหล่านี้เป็นกลุ่มเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ไขมัน และเชื้อ P. acne ที่อุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันโดยสิวหัวดำจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร ซึ่งสิวเหล่านี้เราสามารถกดออกเองได้แต่ ต้องทำอย่างถูกวิธีไม่งั้นอาจเกิดการอักเสบได้
  3. สิวอุดตันชนิดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone)  เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันจากรูขุมขนเพียงเล็กน้อยเนื่องจากในช่วงวัยรุ่นจะมีการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) โดยที่ฮอร์โมนแอนโดรเจนจะกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตของเซลล์ในท่อต่อมไขมันกลายเป็น ขี้ไคลของรูขุมขน และกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันมากขึ้น ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว หากมีการอุดตันของต่อมไขมันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจก่อให้เกิดสิวอักเสบได้

สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน

เกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจน(androgen)  กระตุ้นต่อมไขมันทำการสร้างน้ำมันมากเกินไป  แล้วถูกนำไปใช้หรือขับออกมาไม่หมด เมื่อไปรวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วหรือสิ่งตกค้างอื่นๆบนใบหน้า จึงทำให้ไขมันมีการจับตัวแน่น จนไม่สามารถระเหยออกได้จนหมด ส่วนที่ระเหยออกมาก็คือความมันบนใบหน้าที่เราสังเกตได้นั้นเอง และนี่เองก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ใช้กระดาษซับหน้ามัน ซับหน้า แต่การทำแบบนั้นจะทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากยิ่งขึ้น

นอกจากสาเหตุนี้แล้วยังมีปัจจัยอื่นๆที่ก่อให้เกิดสิวอุดตันได้ เช่น เรื่องของความเครียด การล้างหน้าไม่สะอาด การแพ้เครื่องสำอาง ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในช่วงใกล้หมดประจำเดือน ปัญหาผิวแพ้ง่าย ติดสเตียรอยด์ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ เป็นต้น

 

วิธีกําจัดสิวอุดตัน

  • ดูแลตัวเองให้ดีมากว่าเดิม
    ตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือการล้างหน้า ให้สะอาด เลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิวหน้า ระหว่างวันพยายามอย่าเอามือสัมผัสผิวหน้า เลี่ยงการสัมผัส เช็ดถูหน้า หรือนวดหน้าแรง ๆ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ดื่มน้ำให้มาก ๆ ในแต่ละวัน เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดอาหารที่มีไขมันสูง พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีมลพิษมาก ๆ เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดเพราะทำให้เกิดสิวได้
    แสงแดดมีผลต่อสิว โดยที่บางคนอาจใช้ยาในการรักษาสิวอุดตัน ซึ่งยาเหล่านั้นส่งผลให้ผิวหน้าไวต่อแสง ควรทากันแดดทุกวันก่อนออกจากบ้าน  ที่สำคัญต้องล้างครีมกันแดดออกให้หมด เพราะอาจก่อให้เกิดสิวอุดตันเพิ่มขึ้นมาอีก
  • ควบคุมความมันบนใบหน้า
    ข้อนี่ถือว่าสำคัญ เพราะเป็นปัจจัยหลักๆในการเกิดสิวอุดตันเลยก็ว่าได้ และอย่าให้อะไรมาอุดตันรูขุมขน หากเป็นคน ผิวหน้าไม่แพ้ง่ายแนะนำให้ใช้ AHA และ BHA ช่วยในการป้องกันการเกิดสิวได้

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) หรือ ยาละลายสิวอุดตัน

เป็นสารสกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ ช่วยลดสิวอุดตันได้ในระดับดี ช่วยละลายไขมันที่อุดตันให้อ่อนตัวและหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น แต่มีผลข้างเคียงที่อาจทำให้ผิวแห้ง แดงและลอก ห้ามใช้กับสตรีตั้งครรภ์ได้ ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง

โดยยี่ห้อที่รู้จักกันดีและได้รับความนิยมอย่างมาก คือ เรตินเอ (Retin-A)  ซึ่งจะมีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.025%, 0.05% และ 0.1% ยิ่งมีความเข้มข้นสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดีเท่านั้น แต่ก็ทำให้ระคายเคืองผิวมากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้เริ่มใช้ใหม่ ๆ คุณควรใช้แบบความเข้มข้น 0.025% ไปก่อนครับ หลังการใช้อาจทำให้ผิวหน้าแห้งลอกออกเป็นขุยและทำให้สิวเห่อขึ้นได้ แต่หลังจากใช้ไปสักระยะหนึ่งแล้ว ผิวหน้าของคุณจะรู้สึกดีขึ้น สิวลด รอยหายจนสังเกตุได้

หรืออาจใช้ ทาซาโรทีน (Tazarotene) ยี่ห้อ Tazorac® และ อะดาพาลีน (Adapalene) ยี่ห้อ Differin® แต่ยาเหล่านี้จะเห็นผลช้า ต้องอดทน ใจเย็น แบบที่เขาว่าช้าๆได้พร้าเล่มงามครับ เพราะ ยาเหล่านี้จะไปขับไขมันที่อุดตันออก เลยทำให้สิวมากขึ้นหรือที่เรียกว่าอาการเห่อ ยิ่งบางคนที่มีแบคทีเรีย P.acne บนผิวหน้าเยอะ ก็จะยิ่งทำให้มีอาการอักเสบมากขึ้น หลายคนทำใจไม่ได้ รับสภาพไม่ไหวก็เลิกใช้ไปเลยแล้วคิดว่ายาไม่ได้ผล  และนอกจากนี้สารสกัดจากวิตามินเอจะช่วยเรื่องสิวแล้ว มันยังช่วยเรื่องริ้วรอยบนผิวหน้าได้อีกด้วย ยิ่งถ้าใช้อย่างต่อเนื่องกันนาน 3 เดือน รูขุมขนจะกระชับขึ้นและสิวลดลงอย่างแน่นอน

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท AHA และ BHA

หากใครไม่สามารถใช้ Retinoids ได้ รับสภาพไม่ไหว ก็ใช้สารสกัดประเภท AHA (Glycolic acid) และ BHA (Salicylic acid) แทนก็ได้ มีผลข้างเคียงน้อยกว่า แต่จะให้ผลช้ากว่า โดยในส่วนของ AHA จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ไม่ไปอุดตันรูขุมขน ส่วน BHA จะเข้าไปในรูขุมขนเพื่อละลายไขมัน (ลดสิวอุดตันได้ในระดับปานกลาง)

ใช้เบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ หรือ
เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide – BP) หรือ ยาบีพี

สามารถช่วยลดสิวอุดตันได้ในระดับปานกลางมีอยู่หลายยี่ห้อด้วยกัน เช่น Benzac AC, Enzoxid, Brevoxyl (Water based), PanOxyl (Alcohol based), ACNEXYL (เนื้อเจล) ยาประเภทนี้จะออกฤทธิ์ไปลดปริมาณไขมันที่ผิวหนังและช่วยละลายสิ่งสกปรกที่อุดตันตามรูขุมขน สำหรับผู้เริ่มใช้ควรใช้ที่ขนาดความเข้มข้นต่ำก่อนเพราะยามีฤทธิ์ค่อนข้างแรงแล้วค่อยเพิ่มความเข้มข้นขึ้น เช่นใช้ 2.5% ถ้ายังไม่เห็นผลหรือใบหน้าเริ่มชิน ก็เพิ่มไปที่ 5 % แล้วแต่สภาพผิวหน้าครับ วิธีใช้วันละ 2 ครั้งทาเช้า- เย็นให้ทั่วหน้าก่อนการล้างหน้า โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ยารับประทานกลุ่ม Retinoids อย่างเช่น Roaccutane, Isotretionoin

หากทาไม่ได้ผลก็เพิ่มกินเข้าไปอีก กลุ่ม Retinoids เป็นยาที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันในร่างกาย ทำให้หน้าแห้ง หน้ามีความมันน้อยลง และยังลดไมโคมีโดน ลดการผลิตของต่อมไขมันไม่ผลิตไขมัน  มีขนาดตั้งแต่ 10 และ 20 mg. (ใช้ตามลักษณะความรุนแรงของอาการ) ข้อเสียของยาคือมีผลต่อตับอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น ตาพล่ามัว มีอาการปวดข้อตามร่างกาย และยานี้ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด

การลอกหน้าผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peeling)

เป็นการใช้น้ำยาเคมี ทาบนผิวหน้า เพื่อลอกเซลล์ผิวหนังชั้นบน ให้เซลล์ผิวหนังสร้างขึ้นมาใหม่ ช่วยลดการ     อุดตันของรูขุมขน ทำให้สิวอุดตันฝ่อตัวและหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น โดยสารเคมีที่นิยมนำมาใช้ก็ได้แก่ AHA หรือ Glycolic acid 30-70%, BHA หรือ Salicylic acid 30-50%, TCA หรือ Trichloroacetic acid 10-30%, Phenol (carbolic acid), Jessner’s solution เป็นต้น แต่การใช้วิธีนี้จะได้ผลระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น ดังนั้นควรทำทายารักษาสิวอุดตัน ร่วมด้วย

เลเซอร์สิวอุดตัน

การกําจัดสิวอุดตันด้วยเลเซอร์นี้จะมีประสิทธิภาพดีมากกับสิวอุดตันที่อยู่ลึก ๆ โดยไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นและไม่มีเลือดออก แต่ต้องทำอยู่โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังเท่านั้น ระหว่างการทำเลเซอร์อาจมีเจ็บจี๊ดบ้าง

การทำไอออนโตหรือโฟโน

เป็นการใช้เครื่องมือรักษาสิวอุดตันร่วมกับการใช้เจลวิตามินเอช่วยละลายสิวอุดตัน โดยที่เครื่องมือประเภทนี้จะช่วยในการผลักยาหรือวิตามินให้ซึมลึกเข้าสู่ผิวดียิ่งขึ้น กว่าการทายา ในการทำช่วงแรก ๆ อาจทำให้ผิวหน้าแห้ง ลอกเป็นขุย ทำให้สิวอุดตันหลุดออกมาได้โดยง่าย ช่วงแรกๆสิวจะเห่อ ออกมาก่อน หากทำเป็นประจำหน้าจะใสขึ้นมาก โดยแนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แต่ข้อเสียของเครื่องไอออนโตคือ เวลาทำจะรู้สึกช็อตจี๊ด ๆ ที่หน้า ไม่เหมือนเครื่องโฟโนที่ทำแล้วรู้สึกสบาย ส่วนราคาในการทำต่อครั้งก็ประมาณ 200-500 บาท

การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี (Microdermabrasion – MD)

เป็นการพ่นคริสตัลซึ่งทำด้วยผลึกอลูมิเนียมออกไซด์ขนาดเล็ก เพื่อช่วยในการผลัดผิวถึงระดับผิวหนังกำพร้าทำให้ผิวหนังส่วนที่มีรอยคล้ำ รอยบุ๋มจากแผลเป็นหรือหลุมสิวที่เกิดในชั้นผิวหนังถูกกำจัดออกไป จนเกิดการสร้างผิวหนังขึ้นมาใหม่ วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดรอยดำ แผลเป็น และหลุมสิวได้แล้ว ยังช่วยทำให้สิวที่อุดตันหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น วิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ควรเป็นทางเลือกท้ายๆเลยครับ

กดสิวอุดตัน

ใช้ได้เฉพาะกับสิวอุดตันหัวเปิดเท่านั้น ใช้อุปกรณ์การกดสิวที่มีคุณภาพ และควรทำโดยผู้ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นและหลุมสิวในภายหลัง ส่วนขั้นตอนการทำนั้นแพทย์จะใช้เข็มฆ่าเชื้อจิ้มไปที่หัวสิวเพื่อให้หัวสิวเปิด หลังจากนั้นแพทย์จะใช้ที่กดสิวกดลงไปตรงสิวที่ใช้เข็มจิ้มเอาไว้ โดยให้สิวอยู่ตรงกลางหรืออยู่ในทิศทางที่เราจะกด แล้วค่อย ๆ ออกแรงกดลงไป วิธีนี้จะทำให้สิวอุดตันหลุดออกมาได้โดยง่าย

ใช้สูตร BP + AHA

สูตรนี้คือสูตรเร่งด่วนเท่านั้นนะครับ ไม่หายขาด  วิธีการก็คือ ใช้ BP เพื่อป้องกันการอักเสบ จากนั้นก็ตามด้วย AHA หรือ BHA ก็ได้ (เพื่อช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและละลายไขมันให้ยุบตัวลง) สิวจะเริ่มแห้งและยุบตัวลง ต่อจากนั้นก็แค่ใช้คอนซีลเลอร์ที่ใช้สำหรับกลบรอยสิวโดยเฉพาะกลบ และห้ามนำเครื่องสำอางอื่นทับบริเวณนี้ เมื่อเสร็จภารกิจ ควรล้างออกห้ะอาดด้วย ไม่งั้นอุดตันเพิ่มแน่นอน

สูตร BP + AHA / BHA + ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์

เป็นสูตรสำเร็จในการรักษาสิวอุดตันอย่างเห็นผล โดยเริ่มจากใช้ยา BP ที่ช่วยฆ่าเชื้อ P.acne ลดปริมาณไขมันที่ผิว และช่วยละลายสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน นำมาทาให้ทั่วหน้าก่อนการล้างหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที (วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน) แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นตามด้วยการทา AHA หรือ BHA เพื่อช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและละลายไขมันให้อ่อนตัวลง สุดท้ายตบด้วยผลิตภัณฑ์ประเภท           เรตินอยด์ เพื่อช่วยละลายสิวอุดตัน ข้อควรระวังคือ ยาประเภทนี้จะค่อนข้างไวต่อแสง ทาเสร็จแล้วก็ให้รีบปิดไฟแล้วรอประมาณ 20 นาที ก่อนจะลงยาตัวต่อไป (ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบด้วยก็ให้แต้มหัวสิวอักเสบด้วยคลินดามัยซิน แล้วตามด้วยการบำรุงผิว)สำหรับช่วงกลางวัน ใช้แค่ PB แล้วล้างหน้าตามปกติ ทาครีมบำรุง และตามด้วยครีมกันแดด จบสูตรครับ ทำได้ประมาณ 1-3 เดือน รับรองได้เลยว่า ปังทุกรายครับ

สูตรมะเขือเทศ

เป็นสูตรสำหรับสิวอุดตันที่ไม่มีหัว มะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินเอซึ่งมีคุณสมบัติช่วยกำจัดน้ำมันส่วนเกินและทำให้รูขุมขนเล็กลงได้  โดยการนำมะเขือเทศลูกแดง ๆ มาฝานแล้วถูให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก สิวอุดตันยุบลงและมีหัวให้กำจัดมันออกมาได้ง่ายขึ้น (หากหลังทำแล้วรู้สึกหน้าตึงมาก ก็ควรเว้นระยะการทำจากสัปดาห์ละครั้งเป็นสองสัปดาห์หนึ่งครั้งแทน)

สูตรเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวผสมโยเกิร์ต

นำเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวที่สับละเอียดช่วยกำจัดสิวอุดตันออกไปจากใบหน้าได้ โดยนำมาผสมกับโยเกิร์ต แล้วพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออก

สูตรน้ำผึ้ง

นำน้ำผึ้งมาพอกหน้าสัปดาห์ละ 4 ครั้ง ก่อนพอกควรล้างมือให้สะอาด ในขณะที่พอกให้ใช้มือนวดหน้าแล้ววนไปเรื่อย ๆสัก 3 นาที ก็สามารถช่วยเรื่องสิวอุดตันได้ระดับหนึ่ง

สูตรหอมแดง

เป็นสูตรที่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เนื่องจาก หอมแดงนั้นมีสารเพคติน (Pectin) ที่ช่วยในการยับยั้งแบคทีเรีย ที่ให้ผลดีทั้งการทาและการรับประทาน ยิ่งไปกว่านั้นหอมแดงยังช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้อีกด้วยโดยการนำหอมแดงมาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ  ต่อจากนั้นให้ขยี้หอมแดงแล้วนำมาทาที่หน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก (เวลาทาก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ทาใกล้ตามากจนเกินไป ไม่งั้นคุณอาจจะร้องไห้โดยไม่รูตัว) หลังทำเสร็จสิวอุดตันจะยุบตัวลง บางหัวก็โผล่ขึ้นมาให้เห็นเป็นหัวดำ ๆ  ง่ายต่อการกำจัด

ทั้งหมดนี้ก็คือ 18 กลยุทธ์รักษาสิวอุดตันที่ได้นำมาให้เลือกใช้กันดูครับ หวังว่าวิธีที่ผมคัดสรรมานี่จะช่วยให้รักษาสิวอุดตันหายกันทุกคน เพราะการเป็นสิวไม่ควรรอช้า AcneThailand.com ขอส่งกำลังใจให้กู้หน้ากลับมาสวย หล่อกันทุกคนนะครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

two + 18 =