ฉีดเมโสหน้าใส (Mesotherapy ) รักษาหลุมสิว ผิวหน้าขาว ริ้วรอยหาย ห่างไกลสิว รอยสิว จุดด่างดำ

0
17

วันนี้เป็นคิวของน้องเมโส การทำ “เมโสหน้าใส” นั้น เป็นการรักษาหลุมสิวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกวิธีหนึ่ง โดยทั่วไปต้องการให้ผิวหน้าขาวใส ลดริ้วรอยที่เป็นหลังจากเป็นสิวและช่วยให้หน้าเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอกันในคนหมู่มาก คราวนี้ขอพูดถึงการทำเมโสในด้านการรักษาริ้วรอยจากสิว หรือหลุมสิวกันบ้าง ผมเป็นหนี่งคนที่หน้าเป็นหลุมสิวเยอะมาก และก็อยากรักษาหลุมสิวด้วยเมโสเช่นกัน

จึงเริ่มหาข้อมูลการทำเมโสหน้าใสเพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรทำหรือไม่ควรทำ โดยดูจากทั้งข้อดี ข้อเสีย วิธีการทำ และราคา เมื่ออ่านและวิเคราะห์ข้อมูลที่หามาได้ก็คิดว่าลองทำดูสักครั้ง คนเราต้องมีการเรียนรู้ ลองผิดลองถูก เพราะดูแล้วก็ไม่ได้อันตราย ถ้าทำ dermaroller จะน่ากลัวมากกว่า ก่อนอื่นขออธิบายพอประมาณว่า การทำเมโสหรือ Meso Therapy คืออะไร

Meso Therapy คือ การรักษาปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ หรือจุดด่างดำต่าง ๆ โดยใช้เข็มที่มีขนาดเล็กเจาะผ่านเข้าไปในผิวหนังชั้นกลาง เพื่อนำสารจำพวกวิตามินซี กรดวิตามินเอ (AHA) สารแอนติออกซิเดนท์ หรือสารบำรุงผิวตัวอื่นเข้าไปยังชั้นผิวหนังด้านในหรือที่เรียกว่า ชั้นผิวเมโส
หลักการทำงานของมันก็คือการให้สารที่ฉีดเข้าไปช่วยเร่งฟื้นฟูผิวในชั้นเมโสให้เต่งตึงขึ้น ทำให้ผิวนวลเนียน เรียบรื่น  ริ้วรอยจุดด่างดำ ร่องรอยสิวดูลดลงและจางลง

ขั้นตอนการทำเมโสหน้าใส

  1. การทำความสะอาดผิวหน้า     หลังจากนั้นผู้ช่วยจะทายาให้ทั่วใบหน้าและพันหน้าด้วยพลาสติกเพื่อไม่ให้ทิ้งตัวยาระเหย ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
  2. เมื่อหน้าของเราชาได้ที่แล้ว ผู้ช่วยจะเช็ดยาชาออก ตอนนี้รู้สึกว่าหน้าใหญ่ บวม บึน อึน หน่อยนึง
  3. หมอก็จะให้เรานอนนิ่งๆบนเตียงรักษาและหมอก็จะใช้ปืนยิงขึ้นมา รูปร่างลักษณะคล้ายกับปืนยิงกาวแท่งแต่ตรงหัวจะเป็นเข็ม
  4. หมอจะจิ้มปืนเข็มไปที่หน้าของเราในระดับความลึกที่ต่างกัน โดยเข็มมีขนาดความลึกต่างกัน
    มีตั้งต่ขนาด 0.25 – 2 มิลลิเมตร ทั้งนี้ความลึกในการแทงเข็มขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ระดมยิงไปทั่วหน้าสักประมาณ 35 – 40 เข็มได้ ใช้เวลาในการยิงเพียง 10 – 15 นาที
  5. เมื่อทำการจิ้มเข็มรักษาหลุมสิวบนหน้าเราไปเรียบร้อยแล้ว ก็จะทำการประคบเย็น นอนพักสัก 15 -20 นาที เพราะหลังจากทำเสร็จหน้าจะเป็นรอยแดงและแสบร้อน ตามด้วยการทายาเพื่อป้องกันการติดเชื้อเคลือบหน้าก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
  6. ก่อนกลับบ้านก็รับยาแก้คันแบบทา ยาแก้อักเสบและยาลดอาการบวมแดงมาทาอย่างละ 1 ตลับ

ข้อแนะนำหลังการทำเมโส

  1. ห้ามออกแดดหรือโดนแดดแรงๆหลังจากทำเป็นเวลา 2 วัน
  2. อย่าพึ่งล้างหน้าหลังจากทำเสร็จ ประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวดูดสารที่ฉีดเข้าไปยังอยู่บนชั้นผิว
  3. เมื่อครบกำหนดแล้ว ให้ล้างหน้าและทาครีมบำรุงผิวได้ตามปกติ ควรใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินทาซ้ำหลายๆรอบได้เลยหรือใช้แผ่นมาส์กหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพราะช่วงนี้ผิวหน้าสามารถดูดซึมสารอาหารผิวได้ดี

ข้อดีของการทำเมโสหน้าใส

  1. ไม่ค่อยเจ็บ ดำเนินชีวิตได้ตามปกติ แต่หลังจากทำเสร็จอาจจะหน้าแดงช้ำ แต่เป็นเพียงเล็กน้อย อีก 2 วันก็จะกลับมาเป็นปกติ
  2. เคียงน้อยแทบไม่มีเลย หายห่วง หายกังวลเรื่องหน้าไหม้เพราะไม่ใช่การทำเลเซอร์ นอกจากบคนที่แพ้สารที่ฉีดเข้าไป มีความเป็นไปได้น้อยมาก
  3. ราคาในการรักษาต่อครั้งอยู่ที่ 3,000 – 5,000 ความบ่อยครั้งในการฉีดก็ขึ้นอยู่กับความพอใจในผลการรักษา
  4. เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ หน้าขาวใส ผ่องขึ้น เนียนขึ้น เครื่องสำอางจะติดมากขึ้นเมื่อแต่งหน้าข้อควรพิจารณาก่อนทำเมโสหน้าใส

ถามตัวเองก่อนว่าต้องการจะทำเพื่ออะไร หากต้องการทำเพื่อให้ผิวขาว กระจ่างขึ้น ลดริ้วรอยสิวจาง ตื้นขึ้นก็น่าทำอยู่หรอก  แต่ถ้าต้องการให้หลุมสิวหายไปจากหน้า แนะนำว่าไม่ควรทำ เพราะไม่ค่อยได้ผลดีนัก อาจเป็นวิธีที่ทำให้หน้าขาวใสชั่วคราว พอหมดตัวยาฤทธิ์ หน้าก็กลับมาเป็นสีและสภาพเดิม

สรุปแล้วการทำเมโสหน้าใสจากประสบการณ์ ถ้าพูดถึงในเรื่องหลุมสิวไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเลย แต่ช่วยในเรื่องรอยดำจางลง และอาจจะทำให้หน้าดูขาวสว่างมากขึ้น การทำเมโสหน้าใสน่าจะให้ผลดีกับคนที่ผิวหน้าดีอยู่แล้วแต่ต้องการให้หน้าสว่าง ขาว ใสมากขึ้น ส่วนคนที่หน้าเป็นเอามากอาจจะไม่เหมาะสักเท่าไร

ก็ถือว่าเสียเงินเพื่อการเรียนรู้แล้วกันครับ หากใครสนใจในเรื่องรักษาหลุมสิว ก็สามารถอ่านบทความการรักษาหลุมสิวด้วย Dermaroller ได้นะครับ เพื่อใช้ในการตัดสินใจในการรักษาหลุมสิวได้เร็วขึ้น ข้อมูลและประโยชน์จากบทความนี้เกิดขึ้นได้เสมอเพื่อเราชาว AcneThailand.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

19 + 20 =